|
วิเคราะห์บทความ
เทคโนโลยีกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของครู
ครูยุคเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องตามทันกับสิ่งใหม่ๆที่มีมาตลอดไม่เว้นแต่ละวัน
เป็นครูซึ่งไม่ใช่ว่าเก่งแต่เรื่องการสอนอย่างเดียว
แต่ครูต้องมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย
เป็นการสนองความต้องการของสังคมยุคใหม่ และการเรียนรู้ของนักเรียน
เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยการเรียนการสอนแต่
การให้ความสนใจกับการใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้ของผู้เรียนก็อาจหลงทางได้
ถ้าผู้บริหารสถานศึกษายึดถือการมีเทคโนโลยีเป็นจุดหมายปลายทางของการศึกษา
แทนที่จะยึดถือผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นจุดหมาย
ปรากฎการณ์ของการหลงทางจะพบเห็นในการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมทางระบบ คอมพิวเตอร์
การมีเครือข่ายโยงเข้า Internet สะดวก
ผู้เรียนเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี และมีโอกาสใช้ได้เต็มที่
แต่ในบางสถานศึกษาผู้เรียนอาจใช้เทคโนโลยีไม่คุ้มค่า ขาดเป้าหมายในการเรียนรู้สาระสำคัญตามหลักสูตรวิชาต่าง และขาดโอกาสในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนากระบวนการทางปัญญาอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนมี 3 ลักษณะ คือ
1. การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี (Learning
about Technology) ได้แก่ เรียนรู้ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
เรียนรู้จนสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทำระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น
สื่อสารข้อมูลทางไกลผ่าน Email และ Internet ได้ เป็นต้น
2. การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี (Learning by Technology) ได้แก่ การเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ
และฝึกความสามารถ ทักษะ บางประการโดยใช้สื่อเทคโนโลยี เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
(CAI) เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทางโทรทัศน์ที่ส่งผ่านดาวเทียม
การค้นคว้าเรื่องที่สนใจผ่าน Internet เป็นต้น
3. การเรียนรู้กับเทคโนโลยี (Learning
with Technology) ได้แก่ การเรียนรู้ด้วยระบบการสื่อสาร
2 ทาง (interactive) กับเทคโนโลยี เช่น
การฝึกทักษะภาษากับโปรแกรมที่ให้ข้อมูลย้อนกลับถึงความถูกต้อง (Feedback) การฝึกการแก้ปัญหากับสถานการณ์จำลอง (Simulation) เป็นต้น
การเรียนรู้ในลักษณะที่
2 และ 3 เป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ที่มีคุณค่ามหาศาลซึ่งแนวคิดในการเพิ่มคุณค่าของเทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้ มีดังนี้
การใช้เทคโนโลยีพัฒนากระบวนการทางปัญญา กระบวนการทางปัญญา (Intellectual Skills) คือกระบวนการที่มีองค์ประกอบสำคัญ
คือ การรับรู้สิ่งเร้า (Stimulus), การจำแนกสิ่งเร้าจัดกลุ่มเป็นความคิดรวบยอด(Concept),
การเชื่อมโยงความคิดรวบยอดเป็นกฎเกณฑ์หลักการ (Rule) ด้วยวิธีอุปนัย (Inductive), การนำกฎเกณฑ์
หลักการไปประยุกต์ใช้ด้วยวิธีนิรนัย (Deductive) และการสรุปเป็นองค์ความรู้ใหม่
ๆ (Generalization)
ระบบคอมพิวเตอร์มีสมรรถนะสูงที่จะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความฉลาดในกระบวนการทาง
ปัญญานี้ โดยครูอาจจัดข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ ในวิชาที่สอน ให้ผู้เรียนฝึกรับรู้
แสวงหาข้อมูล นำมาวิเคราะห์กำหนดเป็นความคิดรวบยอดและใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแสดงแผนผังความ
คิดรวบยอด (Concept Map) โยงเป็นกฎเกณฑ์ หลักการ
ซึ่งผู้สอนสามารถจัดสถานการณ์ให้ผู้เรียนฝึกการนำกฎเกณฑ์ หลักการไปประยุกต์
จนสรุปเป็นองค์ความรู้อย่างมีเหตุผล บันทึกสะสมไว้เป็นคลังความรู้ของผู้เรียนต่อไป
การใช้เทคโนโลยีพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางหรือถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดนั้น
เราสามารถออกแบบแผนการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีโอกาสทำโครงงานแสวงหาความรู้
ตามหลักสูตร หาความรู้ในเรื่องที่ผู้เรียนสนใจ หรือเพื่อแก้ปัญหา (Problem-Based
Learning) การเรียนรู้ลักษณะนี้จะเริ่มต้นด้วยการกำหนดประเด็นเรื่อง
(Theme)
ตามมาด้วยการวางแผนกำหนดข้อมูลหรือสาระที่ต้องการ
ผู้สอนอาจจัดบัญชีแสดงแหล่งข้อมูล (Sources) ทั้งจากเอกสารสิ่งพิมพ์และจาก Electronic Sources เช่น
ชื่อของ Web ต่าง ๆ ให้ผู้เรียนแสวงหาข้อมูล วิเคราะห์
สังเคราะห์ เป็นคำตอบ สร้างเป็นองค์ความรู้ต่าง ๆ
โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วย
และครูช่วยกำกับผลการเรียนรู้ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่ต้องการ
ทั้งนี้ครูจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยชี้แนะทิศทางของการแสวงหาความรู้หรือแนะ
นำผู้เรียนให้พัฒนาความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพ
ผลการเรียนรู้ที่ควรจะเป็นการจัดปัจจัยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้
แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในฐานะที่เป็นยุทธศาสตร์การศึกษา เกิดขึ้นเมื่อประมาณกว่า 30 ปีมาแล้ว ภายใต้ความพยายามของ OECD UNESCO และสภายุโรป (Council of Europe) เป็นการสนองต่อความบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีต ในขณะที่บุคคลเรียนรู้ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ โอกาสทางการศึกษามีขีดจำกัดในช่วงเริ่มแรกของชีวิต ที่ครอบงำโครงการศึกษาที่เป็นทางการ (Formal Education) จึงมีความจำเป็นที่จะให้โอกาสที่สองแก่คนที่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น
การเรียนรู้ตลอดชีวิตไม่เพียงหมายถึงการศึกษาผู้ใหญ่ (Adult Education) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการเรียนรู้ทุกรูปแบบตลอดช่วงชีวิตอีกด้วย บทความชิ้นนี้นำเสนอความหมายเชิงนโยบายที่ตรงประเด็นของแนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”


การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับครูในโลกอนาคต เป็นสิ่งที่ระบบการผลิตครู จำเป็นต้องสร้างสมรรถนะนี้ให้เกิดขึ้นกับครูรุ่นใหม่ให้ได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และพร้อม ๆ กันนั้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร ก็นับวันจะเข้ามาเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต เสมือนหนึ่งเทียบเท่ากับปัจจัยสี่ของมนุษย์ “ครู” เป็นบุคคลที่โดยบทบาทหน้าที่จะต้องรอบรู้และอยู่ ณ ตำแหน่งขอบแดนขององค์ความรู้ที่ทันสมัยที่สุด นิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงเป็นทักษะพื้นฐาน และเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ลดเวลาในการเรียนรู้ลดเวลาการเดินทางไปสู่สุดขอบพรหมแดนของความรู้ได้เร็วที่สุด คือ เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่การจะเป็นเช่นนั้นได้ การสร้างนิสัยในการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นคว้า เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงเป็นเงื่อนไขที่ครูสามารถปฏิบัติดำเนินการได้ทันที และการดำเนินการดังเช่นที่ว่านี้ ยังเป็นการสะท้อนถึงการปรับตัวของครูให้เป็นบุคคลที่มิใช้ “ผู้อพยพ” เพราะครูรุ่นที่เกิดมาในยุค ของ Baby Boomer จะเปรียบเสมือนเป็นผู้อพยพ หากเปรียบเทียบกับคนรุ่นใหม่ ที่เกิดในรุ่น Generation Y, Z จะถือว่าเป็น “เจ้าของพื้นที่” ดังนั้นนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นสิ่งที่บูรณาการเข้าได้โดยง่าย เพียงแต่การสร้างนิสัยรักที่จะเรียนรู้ การสร้างเงื่อนไขการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีชีวิตชีวา มีความสนุกสนาน มีกิจกรรมใหม่ๆ ที่ท้าทายความตื่นเต้นในชีวิตประจาวันบ้าง จะทำให้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กับการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะเป็นจริงได้โดยไม่ยาก


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น