





วิเคราะห์บทความ เทคโนโลยี การศึกษากับครูไทยในศตวรรษที่21
เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นที่ยอมรับในยุคปัจจุบันและเป็นยุคที่หน่วยงานต่าง
ๆ เห็นความจำเป็นและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินงาน
การบริหารงานและการตัดสินใจ
ซึ่งในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในวงการธุรกิจ อุตสาหกรรมและการศึกษา
ต้องมีข้อมูลสารสนเทศที่ดีโดยมีกระบวนการจัดการผ่านคอมพิวเตอร์
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ นับตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล
การเรียกใช้และการสื่อสารสารสนเทศ
รวมทั้งการแลกเปลี่ยนและการใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
ศตวรรษที่
21
หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นคริสต์ศตวรรษแรกแห่งคริสต์สหัสวรรษที่
3 โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2001
จนไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2100
ซึ่งกว่า 1 ใน 5 ของสหัสวรรษที่
3 ที่พวกเราได้ก้าวล่วงเข้ามานั้น
จะเห็นได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นหลายต่อหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อชีวิตของเราอย่างมาก
จากศตวรรษที่
20
สู่ศตวรรษที่ 21 ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่ทำให้เกิดเครือข่ายโทรคมนาคมดิจิทัลที่เชื่อมโยงโลกในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน
สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 20
เช่น คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้
ก็ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้เพื่อตอบสนองต่อการก้าวทันการเติบโตของโลก
โลกในยุคศตวรรษที่
21
นั้น ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เป็นยุคโลกาภิวัตน์
อันหมายถึงยุคแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน
ซึ่งเป็นผลจากการนำเครือข่ายโทรคมนาคมดิจิทัลมาใช้ร่วมกับการพัฒนานวัตกรรมและวิทยาการต่าง
ๆ ซึ่งช่วยให้เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาทีผ่านช่องทางออนไลน์
กจากนี้ด้วยวิทยาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้า
จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นไปด้วยความง่ายดายมากขึ้นในทุกมิติ
ซึ่งสิ่งนี้มีทั้งข้อดีและผลกระทบ จึงจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันในด้านไอทีและทักษะในการเลือกเฟ้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ด้วย
ครูไทยในยุคศตวรรษที่
21
จะต้องกลับมาดูการศึกษาโดยรวมของเราได้ปฏิรูปการศึกษาที่เน้นทักษะ
เพื่อนำไปสู่การมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มีคุณภาพ ในขณะที่โลกตอนนี้มีการพัฒนาด้วยไอเดียความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ
แต่เรายังคงเลือกที่จะเป็นผู้รับมากกว่าที่จะเป็นนักสร้างสรรค์เสียเอง
ทำให้ประเทศไทยเราตกอยู่ในฐานะเป็นเพียงผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฉะนั้นมันถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ของเด็กไทยเสียใหม่
ให้รู้จักการสร้างสรรค์ ร่วมกันวางแผน รู้จักแยกแยะ รู้จักประยุกต์ วิจัยค้นคว้า
สร้างผลงาน วางแผนและประมวลผลเป็น ซึ่งตัวแปรที่สำคัญในเรื่องนี้ก็คือครู
- การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอนของสถามศึกษา
- การพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- การพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสื่อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ e-book หรือ Applications ต่างๆ
นอกจากนี้ครูเองต้องพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่
21 ของตนเอง 8 ประการ คือ
- Content ครูต้องมีความรู้และทักษะในเรื่องที่ สอนเป็นอย่างดี
- Computer (ICT) Integration ครูต้องมีทักษะ ในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน
- Constructionist ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดที่ว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ ความรู้ได้ด้วยตัวเอง
- Connectivity ครูต้องสามารถจัดกิจกรรมให้ เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้เรียนกับครู
- Collaboration ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้แบบร่วมมือ
- Communication ครูต้องมีทักษะการสื่อสาร ทั้งการบรรยาย การยกตัวอย่าง การเลือกใช้สื่อ และ การนำเสนอ
- Creativity ครูต้องออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรม การเรียนรู้ จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วย ตนเองของผู้เรียนมากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ หน้าห้องเพียงอย่างเดียว
- Caring ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อนักเรียน ต้องแสดง ออกถึงความรัก ความห่วงใยอย่างจริงใจต่อนักเรียนเพื่อให้นักเรียนเกิดความเชื่อใจ

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคของการทำหน้าที่ครู
ประกอบด้วย
- ภาระงานอื่นนอกเหนือจากการสอน
- จำนวนครูไม่เพียงพอ
- ขาดทักษะทางด้านไอซีที
- ครูรุ่นใหม่ขาดความเชี่ยวชาญในการสอนทั้ง ทางวิชาการและคุณลักษณะความเป็นครู
- ครูสอนหนักส่งผลให้เด็กเรียนมากขึ้น
- ขาดอิสระในการจัดการ
ปัจจัยส่งเสริมการทำหน้าที่ของครูให้เกิด
ประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
- การอบรม แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่าย ความรู้ การพัฒนาตนเองด้านไอซีที
- การลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน การสอน
- การสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครู
ในศตวรรษที่
21 ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอด มาเป็นผู้แนะนำหรือที่ปรึกษา ออกแบบระบบการสอน
ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อสร้างองค์ความรู้จาก ภายใน
ส่งเสริมให้นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
วัดและประเมินผลผู้เรียนด้วยวิธีการและเครื่องมือที่ หลากหลายและเหมาะสมกับวิธีการหรือรูปแบบการสอน
ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ร่วมกัน มีความสามารถในการ สื่อสารและถ่ายทอดความรู้
จัดสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศการเรียนรู้ในลักษณะเปิด เพื่อส่งเสริมนักเรียน
เกิดการตื่นตัวแบบผ่อน (Relaxed alertness) ซึ่งเป็น
ภาวะที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ นอกจากนี้ ปัญหาอุปสรรค ต่างๆ
ที่ขัดขวางการประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน ของครูต้องได้รับการแก้ไขให้ถูกจุด
ครอบคลุม และเป็น ระบบ แนวทางการพัฒนาครูต้องทำควบคู่กันไปทั้งด้าน
นโยบายที่มาสนับสนุน และการพัฒนาตนเองของครู ซึ่งต้องอาศัยความตระหนักและความร่วมมือจากทุก
ภาคส่วน รวมถึงการเปิดใจรับสิ่งใหม่และการปรับตัว ของครู
เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา ความรู้ความสามารถของครู
รวมถึงใช้เพื่ออำนวยความ สะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนได้เป็น อย่างดี
ดังนั้น ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีของครูจึงเป็น สิ่งสำคัญที่ครูจะละเลยไม่ได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น