วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ศตวรรษที่ 21




วิเคราะห์บทความ  เทคโนโลยี การศึกษากับครูไทยในศตวรรษที่21
เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นที่ยอมรับในยุคปัจจุบันและเป็นยุคที่หน่วยงานต่าง ๆ เห็นความจำเป็นและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินงาน การบริหารงานและการตัดสินใจ ซึ่งในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในวงการธุรกิจ อุตสาหกรรมและการศึกษา ต้องมีข้อมูลสารสนเทศที่ดีโดยมีกระบวนการจัดการผ่านคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ นับตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล การเรียกใช้และการสื่อสารสารสนเทศ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนและการใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
รูปภาพที่เกี่ยวข้องศตวรรษที่ 21 หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นคริสต์ศตวรรษแรกแห่งคริสต์สหัสวรรษที่ 3 โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2001 จนไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม  ปี 2100 ซึ่งกว่า 1 ใน 5 ของสหัสวรรษที่ 3 ที่พวกเราได้ก้าวล่วงเข้ามานั้น จะเห็นได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นหลายต่อหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อชีวิตของเราอย่างมาก
จากศตวรรษที่ 20 สู่ศตวรรษที่ 21 ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ทำให้เกิดเครือข่ายโทรคมนาคมดิจิทัลที่เชื่อมโยงโลกในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เช่น คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์เคลื่อนที่  ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ก็ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้เพื่อตอบสนองต่อการก้าวทันการเติบโตของโลก
รูปภาพที่เกี่ยวข้องโลกในยุคศตวรรษที่ 21 นั้น ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เป็นยุคโลกาภิวัตน์ อันหมายถึงยุคแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน ซึ่งเป็นผลจากการนำเครือข่ายโทรคมนาคมดิจิทัลมาใช้ร่วมกับการพัฒนานวัตกรรมและวิทยาการต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาทีผ่านช่องทางออนไลน์ กจากนี้ด้วยวิทยาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้า จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นไปด้วยความง่ายดายมากขึ้นในทุกมิติ ซึ่งสิ่งนี้มีทั้งข้อดีและผลกระทบ จึงจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันในด้านไอทีและทักษะในการเลือกเฟ้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ด้วย
ครูไทยในยุคศตวรรษที่ 21 จะต้องกลับมาดูการศึกษาโดยรวมของเราได้ปฏิรูปการศึกษาที่เน้นทักษะ เพื่อนำไปสู่การมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มีคุณภาพ ในขณะที่โลกตอนนี้มีการพัฒนาด้วยไอเดียความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ แต่เรายังคงเลือกที่จะเป็นผู้รับมากกว่าที่จะเป็นนักสร้างสรรค์เสียเอง ทำให้ประเทศไทยเราตกอยู่ในฐานะเป็นเพียงผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นมันถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ของเด็กไทยเสียใหม่ ให้รู้จักการสร้างสรรค์ ร่วมกันวางแผน รู้จักแยกแยะ รู้จักประยุกต์ วิจัยค้นคว้า สร้างผลงาน วางแผนและประมวลผลเป็น ซึ่งตัวแปรที่สำคัญในเรื่องนี้ก็คือครู

ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้มีแนวทางการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษา ดังนี้
    รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  1.  การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอนของสถามศึกษา
  2.  การพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  3. การพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสื่อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ e-book หรือ Applications ต่างๆ

นอกจากนี้ครูเองต้องพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของตนเอง 8 ประการ คือ
  1. Content ครูต้องมีความรู้และทักษะในเรื่องที่ สอนเป็นอย่างดี
  2.  Computer (ICT) Integration ครูต้องมีทักษะ ในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน
  3. Constructionist ครูผู้สอนต้องเข้าใจแนวคิดที่ว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ ความรู้ได้ด้วยตัวเอง
  4.  Connectivity ครูต้องสามารถจัดกิจกรรมให้ เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้เรียนกับครู
  5.  Collaboration ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ในลักษณะการเรียนรู้แบบร่วมมือ
  6.   Communication ครูต้องมีทักษะการสื่อสาร ทั้งการบรรยาย การยกตัวอย่าง การเลือกใช้สื่อ และ การนำเสนอ
  7.  Creativity ครูต้องออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรม การเรียนรู้ จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วย ตนเองของผู้เรียนมากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ หน้าห้องเพียงอย่างเดียว
  8.   Caring ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อนักเรียน ต้องแสดง ออกถึงความรัก ความห่วงใยอย่างจริงใจต่อนักเรียนเพื่อให้นักเรียนเกิดความเชื่อใจ
 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ ศตวรรษที่ 21
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคของการทำหน้าที่ครู ประกอบด้วย
  1.  ภาระงานอื่นนอกเหนือจากการสอน
  2. จำนวนครูไม่เพียงพอ
  3. ขาดทักษะทางด้านไอซีที
  4.  ครูรุ่นใหม่ขาดความเชี่ยวชาญในการสอนทั้ง ทางวิชาการและคุณลักษณะความเป็นครู
  5. ครูสอนหนักส่งผลให้เด็กเรียนมากขึ้น
  6.   ขาดอิสระในการจัดการ

ปัจจัยส่งเสริมการทำหน้าที่ของครูให้เกิด ประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
  1.   การอบรม แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่าย ความรู้  การพัฒนาตนเองด้านไอซีที
  2. การลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน การสอน
  3. การสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครู
ในศตวรรษที่ 21 ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอด มาเป็นผู้แนะนำหรือที่ปรึกษา ออกแบบระบบการสอน ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อสร้างองค์ความรู้จาก ภายใน ส่งเสริมให้นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง วัดและประเมินผลผู้เรียนด้วยวิธีการและเครื่องมือที่ หลากหลายและเหมาะสมกับวิธีการหรือรูปแบบการสอน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ร่วมกัน มีความสามารถในการ สื่อสารและถ่ายทอดความรู้ จัดสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศการเรียนรู้ในลักษณะเปิด เพื่อส่งเสริมนักเรียน เกิดการตื่นตัวแบบผ่อน (Relaxed alertness) ซึ่งเป็น ภาวะที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ นอกจากนี้ ปัญหาอุปสรรค ต่างๆ ที่ขัดขวางการประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน ของครูต้องได้รับการแก้ไขให้ถูกจุด ครอบคลุม และเป็น ระบบ แนวทางการพัฒนาครูต้องทำควบคู่กันไปทั้งด้าน นโยบายที่มาสนับสนุน และการพัฒนาตนเองของครู ซึ่งต้องอาศัยความตระหนักและความร่วมมือจากทุก ภาคส่วน รวมถึงการเปิดใจรับสิ่งใหม่และการปรับตัว ของครู เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา ความรู้ความสามารถของครู รวมถึงใช้เพื่ออำนวยความ สะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนได้เป็น อย่างดี ดังนั้น ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีของครูจึงเป็น สิ่งสำคัญที่ครูจะละเลยไม่ได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ศตวรรษที่ 21 การ์ตูน







วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562

วิเคราะห์บทความ เทคโนโลยีกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของครู








วิเคราะห์บทความ เทคโนโลยีกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของครู
ครูยุคเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องตามทันกับสิ่งใหม่ๆที่มีมาตลอดไม่เว้นแต่ละวัน เป็นครูซึ่งไม่ใช่ว่าเก่งแต่เรื่องการสอนอย่างเดียว แต่ครูต้องมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย เป็นการสนองความต้องการของสังคมยุคใหม่ และการเรียนรู้ของนักเรียน เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยการเรียนการสอนแต่ การให้ความสนใจกับการใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้ของผู้เรียนก็อาจหลงทางได้ ถ้าผู้บริหารสถานศึกษายึดถือการมีเทคโนโลยีเป็นจุดหมายปลายทางของการศึกษา แทนที่จะยึดถือผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นจุดหมาย ปรากฎการณ์ของการหลงทางจะพบเห็นในการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมทางระบบ คอมพิวเตอร์ การมีเครือข่ายโยงเข้า Internet สะดวก ผู้เรียนเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี และมีโอกาสใช้ได้เต็มที่ แต่ในบางสถานศึกษาผู้เรียนอาจใช้เทคโนโลยีไม่คุ้มค่า ขาดเป้าหมายในการเรียนรู้สาระสำคัญตามหลักสูตรวิชาต่าง และขาดโอกาสในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนากระบวนการทางปัญญาอย่างแท้จริง 


เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนมี 3 ลักษณะ คือ
1.      การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี (Learning about Technology) ได้แก่  เรียนรู้ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ เรียนรู้จนสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทำระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น สื่อสารข้อมูลทางไกลผ่าน Email และ Internet ได้ เป็นต้น
2.       การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี (Learning by Technology) ได้แก่  การเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ และฝึกความสามารถ ทักษะ บางประการโดยใช้สื่อเทคโนโลยี เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทางโทรทัศน์ที่ส่งผ่านดาวเทียม การค้นคว้าเรื่องที่สนใจผ่าน Internet เป็นต้น
3.      การเรียนรู้กับเทคโนโลยี (Learning with Technology) ได้แก่  การเรียนรู้ด้วยระบบการสื่อสาร 2 ทาง (interactive) กับเทคโนโลยี เช่น การฝึกทักษะภาษากับโปรแกรมที่ให้ข้อมูลย้อนกลับถึงความถูกต้อง (Feedback) การฝึกการแก้ปัญหากับสถานการณ์จำลอง (Simulation) เป็นต้น

การเรียนรู้ในลักษณะที่ 2 และ 3 เป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์ที่มีคุณค่ามหาศาลซึ่งแนวคิดในการเพิ่มคุณค่าของเทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้  มีดังนี้
การใช้เทคโนโลยีพัฒนากระบวนการทางปัญญา  กระบวนการทางปัญญา (Intellectual Skills) คือกระบวนการที่มีองค์ประกอบสำคัญ คือ  การรับรู้สิ่งเร้า (Stimulus),  การจำแนกสิ่งเร้าจัดกลุ่มเป็นความคิดรวบยอด(Concept),  การเชื่อมโยงความคิดรวบยอดเป็นกฎเกณฑ์หลักการ (Rule)  ด้วยวิธีอุปนัย (Inductive),  การนำกฎเกณฑ์ หลักการไปประยุกต์ใช้ด้วยวิธีนิรนัย (Deductive)  และการสรุปเป็นองค์ความรู้ใหม่ ๆ (Generalization)
ระบบคอมพิวเตอร์มีสมรรถนะสูงที่จะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความฉลาดในกระบวนการทาง ปัญญานี้ โดยครูอาจจัดข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ ในวิชาที่สอน ให้ผู้เรียนฝึกรับรู้ แสวงหาข้อมูล นำมาวิเคราะห์กำหนดเป็นความคิดรวบยอดและใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแสดงแผนผังความ คิดรวบยอด (Concept Map) โยงเป็นกฎเกณฑ์ หลักการ ซึ่งผู้สอนสามารถจัดสถานการณ์ให้ผู้เรียนฝึกการนำกฎเกณฑ์ หลักการไปประยุกต์ จนสรุปเป็นองค์ความรู้อย่างมีเหตุผล บันทึกสะสมไว้เป็นคลังความรู้ของผู้เรียนต่อไป
การใช้เทคโนโลยีพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา  การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางหรือถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดนั้น เราสามารถออกแบบแผนการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีโอกาสทำโครงงานแสวงหาความรู้ ตามหลักสูตร หาความรู้ในเรื่องที่ผู้เรียนสนใจ หรือเพื่อแก้ปัญหา (Problem-Based Learning) การเรียนรู้ลักษณะนี้จะเริ่มต้นด้วยการกำหนดประเด็นเรื่อง (Theme)

ตามมาด้วยการวางแผนกำหนดข้อมูลหรือสาระที่ต้องการ ผู้สอนอาจจัดบัญชีแสดงแหล่งข้อมูล (Sources) ทั้งจากเอกสารสิ่งพิมพ์และจาก Electronic Sources เช่น ชื่อของ Web ต่าง ๆ ให้ผู้เรียนแสวงหาข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นคำตอบ สร้างเป็นองค์ความรู้ต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วย และครูช่วยกำกับผลการเรียนรู้ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่ต้องการ ทั้งนี้ครูจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยชี้แนะทิศทางของการแสวงหาความรู้หรือแนะ นำผู้เรียนให้พัฒนาความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพ ผลการเรียนรู้ที่ควรจะเป็นการจัดปัจจัยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้

แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในฐานะที่เป็นยุทธศาสตร์การศึกษา เกิดขึ้นเมื่อประมาณกว่า 30 ปีมาแล้ว ภายใต้ความพยายามของ OECD UNESCO และสภายุโรป (Council of Europe) เป็นการสนองต่อความบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีต ในขณะที่บุคคลเรียนรู้ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ โอกาสทางการศึกษามีขีดจำกัดในช่วงเริ่มแรกของชีวิต ที่ครอบงำโครงการศึกษาที่เป็นทางการ (Formal Education) จึงมีความจำเป็นที่จะให้โอกาสที่สองแก่คนที่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น
การเรียนรู้ตลอดชีวิตไม่เพียงหมายถึงการศึกษาผู้ใหญ่ (Adult Education) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการเรียนรู้ทุกรูปแบบตลอดช่วงชีวิตอีกด้วย บทความชิ้นนี้นำเสนอความหมายเชิงนโยบายที่ตรงประเด็นของแนวคิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต



การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับครูในโลกอนาคต เป็นสิ่งที่ระบบการผลิตครู จำเป็นต้องสร้างสมรรถนะนี้ให้เกิดขึ้นกับครูรุ่นใหม่ให้ได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และพร้อม ๆ กันนั้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร ก็นับวันจะเข้ามาเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต เสมือนหนึ่งเทียบเท่ากับปัจจัยสี่ของมนุษย์ ครู เป็นบุคคลที่โดยบทบาทหน้าที่จะต้องรอบรู้และอยู่ ณ ตำแหน่งขอบแดนขององค์ความรู้ที่ทันสมัยที่สุด นิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงเป็นทักษะพื้นฐาน และเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ลดเวลาในการเรียนรู้ลดเวลาการเดินทางไปสู่สุดขอบพรหมแดนของความรู้ได้เร็วที่สุด คือ เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่การจะเป็นเช่นนั้นได้ การสร้างนิสัยในการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นคว้า เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงเป็นเงื่อนไขที่ครูสามารถปฏิบัติดำเนินการได้ทันที และการดำเนินการดังเช่นที่ว่านี้ ยังเป็นการสะท้อนถึงการปรับตัวของครูให้เป็นบุคคลที่มิใช้ “ผู้อพยพ” เพราะครูรุ่นที่เกิดมาในยุค ของ Baby Boomer จะเปรียบเสมือนเป็นผู้อพยพ หากเปรียบเทียบกับคนรุ่นใหม่ ที่เกิดในรุ่น Generation Y, Z จะถือว่าเป็น “เจ้าของพื้นที่ ดังนั้นนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นสิ่งที่บูรณาการเข้าได้โดยง่าย เพียงแต่การสร้างนิสัยรักที่จะเรียนรู้ การสร้างเงื่อนไขการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีชีวิตชีวา มีความสนุกสนาน มีกิจกรรมใหม่ๆ ที่ท้าทายความตื่นเต้นในชีวิตประจาวันบ้าง จะทำให้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กับการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะเป็นจริงได้โดยไม่ยาก




วิเคราะห์บทความ  เทคโนโลยี การศึกษากับครูไทยในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นที่ยอมรับในยุคปัจจุบันแล...